การบูร ทาถูทาถูแก้ปวด

การบูร

การบูร

สมุนไพรของไทยนั้นเป็นสิ่งใช้ทำมาหากินสำหรับคนไทยมาแต่ช้านานเลยใช่ไหมครับ ด้วยสรรพคุณที่สุดยอดของสมุนไพรนั้น ที่สามารถนำมาทำเป็นยาชนิดต่างๆซึ่งใช้ได้แทบทุกส่วนของมันทำให้สมุนไพร ถือเป็นพืชชั้นดีสำหรับคนไทยเราเลยดีเดียวใช่ไหมครับ ดังนั้นเพื่อเป็นการอนุรักษย์ของสมุนไพรผมจึงจัดการรวบรวมข้อมูลมาให้ชมกันครับ พูดคุยกันซะนานเลยครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรใหม่ๆในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรที่หลายคนสนใจมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้คนป่วยกันเยอะขึ้นทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแปลกในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในวันดีๆแบบนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ดูกันครับ จนถึงว่าถ้าหากได้ลองทำการศึกษาจะพบว่าสมุนไพรนั้นทำยาได้หลากหลายเพราะสรรพคุณของสมุนไพรที่แตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดที่สามารถช่วยเราจากโรคร้ายแรงต่างๆได้เป็นอย่างดีดังนั้นได้เวลาแล้วเราไปรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้เลยดีกว่าครับ

ชื่อสมุนไพร การบูร
ชื่ออื่นๆ อบเชยญวน พรมเส็ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora (L.) Presl.
ชื่อพ้อง Camphora officinarum Nees, Laurus camphora L.
ชื่อวงศ์ Lauraceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์การบูร
        ไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30 เมตร ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะที่ราก และโคนต้น ทรงพุ่มกว้าง ทึบ ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.5 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล ผิวหยาบ เปลือกกิ่งสีเขียว หรือน้ำตาลอ่อน ลำต้นและกิ่งเรียบ ไม่มีขน เนื้อไม้สีน้ำตาลปนแดง ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปไข่ กว้าง 2.5-5.5 เซนติเมตร ยาว 5.5-15 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบป้านหรือกลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบค่อนข้างเหนียว ด้านบนสีเขียวเข้ม เป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอมเทาหรือนวล ไม่มีขน เมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นการบูร เส้นใบขึ้นตรงมาจากโคนใบประมาณ 3-8 มิลลิเมตร แล้วแยกออกเป็น 3 เส้น ตรงมุมที่มีเส้นใบแยกออกนั้นมีต่อม 2 ต่อม และตามเส้นกลางใบอาจมีต่อมเกิดขึ้นตรงมุมที่มีเส้นใบแยกออกไป ก้านใบยาว 2-3 เซนติเมตร ไม่มีขน ตาใบมีเกล็ดซ้อนเหลื่อมหุ้มอยู่ เกล็ดชั้นนอกเล็กกว่าเกล็ดชั้นในตามลำดับ ดอกช่อแบบแยก แขนงออกตามเป็นกระจุกบริเวณง่ามใบ ดอกเล็กสีขาวอมเหลืองหรืออมเขียว ก้านดอกสั้นมาก กลีบรวมมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 วง วงละ 3 กลีบ รูปรี ปลายมน ด้านนอกเกลี้ยง ด้านในมีขนละเอียด เกสรเพศผู้มี 9 อัน เรียงเป็น 3 วง วงละ 3 อัน อับเรณูของวงที่ 1 และวงที่ 2 หันหน้าเข้าด้านใน ก้านเกสรมีขน ส่วนอับเรณูของวงที่ 3 หันหน้าออกด้านนอก ก้านเกสรค่อนข้างใหญ่ มีต่อม 2 ต่อมอยู่ใกล้โคนก้าน  ต่อมรูปไข่กว้างและมีก้าน อับเรณูมีช่องเปิด 4 ช่อง เรียงเป็น 2 แถว แถวละ 2 ช่อง มีลิ้นเปิดทั้ง 4 ช่อง เกสรเพศผู้เป็นหมันมี 3 อัน อยู่ด้านในสุด รูปร่างคล้ายหัวลูกศร มีขนแต่ไม่มีต่อม รังไข่รูปไข่ ไม่มีขน ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ไม่มีขน ปลายเกสรเพศเมียกลม ใบประดับเรียวยาว ร่วงง่าย มีขนอ่อนนุ่ม ผลรูปไข่ หรือกลม เป็นผลมีเนื้อ ยาว 6-10 มิลลิเมตร สีเขียวเข้ม เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีดำ มีฐานดอกซึ่งเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นแป้นรองรับผล มีเมล็ด 1 เมล็ด ออกดอกราวเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม

 

หลังจากได้ชมในส่วนของลักษณะของสมุนไพรไปแล้ว ต่อมาจะเป็นในส่วนของสรรพคุณของสมุนไพรซึ่งในสมุนไพรแทบทุกชนิดนั่นก็มีคุณสมบัติที่แปลกๆแตกต่างกันไปดังนี้ครับ

สรรพคุณการบูร     

ตำรายาไทย เนื้อไม้ นำมากลั่นจะได้ “การบูร”  รสร้อนปร่าเมา ใช้ทาถูนวดแก้ปวด แก้เคล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้กระตุก แก้ปวดข้อ แก้ปวดเส้นประสาท แก้รอยผิวหนังแตก แก้พิษแมลงต่อย และโรคผิวหนังเรื้อรัง เป็นยาระงับเชื้ออย่างอ่อน ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด และขับลม บำรุงธาตุ บำรุงกำหนัด ยากระตุ้นหัวใจ บำรุงหัวใจ เป็นยาชาเฉพาะที่ เป็นยาระงับประสาท แก้อาการชักบางประเภท ใช้ผสมเป็นยาเพื่อป้องกันแมลงบางชนิด เปลือกและราก กลั่น ได้การบูร ใช้ 1-2 เกรน แก้ปวดขัดตามเส้นประสาท ข้อบวมเป็นพิษ แก้เคล็ดบวม เส้นสะดุ้ง กระตุก ขัดยอกแพลง แก้ปวดท้อง ท้องร่วง ขับน้ำเหลือง แก้เลือดลม บำรุงกำหนัด ขับเหงื่อ ขับเสมะหะ บำรุงธาตุ แก้โรคตา กระจายลม ขับผายลม นำมาผสมเป็นขี้ผึ้ง เป็นยาร้อน ใช้ทาแก้เพื่อถอนพิษอักเสบเรื้อรัง ปวดยอกตามกล้ามเนื้อ สะบักจม ทรวงอก ปวดร้าวตามเส้นเอ็น โรคปวดผิวหนัง รอยผิวแตกในช่วงฤดูหนาว แก้พิษสัตว์กัดต่อย

องค์ประกอบทางเคมีการบูร     

เนื้อไม้ เมื่อนำมากลั่นด้วยไอน้ำ จะได้การบูรและน้ำมันหอมระเหย รวมกันประมาณ 1% ประกอบด้วย limonene, p-cymol, orthodene, salvene, caryophyllen, linalool, cineole, eugenol, acetaldehyde และ betelphenol ราก มีน้ำมันหอมระเหย 3% ประกอบด้วย camphor, safrole, carvacrol, phellandene, limonene, pinene, camphene, fenochen, cadinene, azulene, citronellol, piperonylic acid, cineol, terpineol, piperiton, citronellic acid  ใบ พบ camphor และ camperol

 

 

ที่มาของรูปและเนื้อหาบางส่วน : คณะเภสัชศาสตร์ มหาลัยอุบลราชธานี : Phargardan.com

 

Share Button
เรื่องที่น่าสนใจ


ร่วมแสดงความคิดเห็น

คุณต้อง เช้าสู่ระบบ ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด
  • น้ำใจใคร สมุนไพรชั้นเยี่ยม แก้โรคสารพัดเมาเบื่อ ต้นกินแก้ไต น้ำใจใคร น้ำใจใครสมุนไพรถูกจัดว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราเรียกได้ว่าน่าทึ่งมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะดังนั้นเราก็ควรจะมีความสามารถในการใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้รู้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรใหม่ๆในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหลายๆคนอาจมองหามาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแตกต่างในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในโอกาสนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร น้ำใจใคร     ชื่ออื่นๆ กระเดาะ(สงขลา)

  • นางจุ่ม สมุนไพรสรรพคุณชั้นเลิศ ปกป้องรักษาตับโดยเฉพาะ !! นางจุ่ม นางจุ่มสมุนไพรเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชิ้นส่วนต่างๆสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างแปลกใหม่เลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในแดนสยามของเราเรียกได้ว่าน่าภูมิใจมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะมากดังนั้นเราก็ควรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรให้นำไปใช้มากขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราKasetfresh.comในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหายากมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้คนหลงลืมสมุนไพรไปบ้างแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแปลกในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้อ่านกันครับ         ชื่อสมุนไพร นางจุ่ม     ชื่ออื่นๆ นางชุ่ม

  • นมวัว สมุนไพรชั้นเลิศ สรรพคุณเด่นด้านบำรุงกำลังวังชา !! นมวัว นมวัวสมุนไพรเปรียบเสมือนได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งใหม่ๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในดินแดนไทยของเราเรียกได้ว่าโชคดีมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างมากดังนั้นเราก็ควรจะมีนำไปใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากเป็นโรคร้ายแรง ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรสดใหม่ในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรแปลกๆมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความคล้ายกันในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในวันดีๆแบบนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร นมวัว     ชื่ออื่นๆ มะไฟแรด,

  • ตะไคร้ พืชพื้นบ้านที่สร้างรายได้สู่ระดับโลก ส่งออก ขายดีนัก! ตะไคร้ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ชาวเกษตรไทยมาอย่างช้านาน ก็เพราะว่าตะไคร้นั่นมีความสามารถอักหลากหลาย เริ่มจากที่เรานำมาทำเป็นอาหาร เป็นเครื่องปรุง เครื่องดื่มดับกระหาย ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถทำเป็นยารักษาโรค หรือแม้กระทั่งการสกัดน้ำมันหอมระเหยมาเป็นสารไล่ยุงไล่แมลงก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำให้ความต้องการตะไคร้ในตลาดบ้านเรามีราคาเป็นกราฟพุ่งอยู่เสมอ ดังนั้นใครอยากจะปลูกตะไคร้มาสร้างรายได้เสริมกันละก็สามารถทำได้ไม่ยากเลยครับ เทคนิคการปลูกตะไคร้ การเตรียมดิน ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย ให้ไถพลิกดินและไถพรวนลึกประมาณ 0.5 เมตร แล้วทำหลุม แต่ละหลุมห่างกันประมาณ 0.5 เมตร ลงต้นพันธุ์หลุมละ 3 ต้น กลบดินพอมิดรากตะไคร้สัก 10 เซนติเมตร ปลูกใหม่ให้รดน้ำทุกวัน แต่ระวังอย่าให้น้ำเข้าไส้ตะไคร้ เวลาลดให้ลดทีโคนต้นตะไคร้เท่านั้น มิฉะนั้นต้นตะไคร้จะเน่า

5 อันดับข่าว HOT