โด่ไม่รู้ล้ม สุดยอดสมุนไพรสำหรับชาย ไม่อยากล้มต้องเจอโด่ !!

โด่ไม่รู้ล้ม

โด่ไม่รู้ล้ม

โด่ไม่รู้ล้มสมุนไพรเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชิ้นส่วนต่างๆสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราเรียกได้ว่าน่าภูมิใจมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะแยะดังนั้นเราก็ควรจะมีความสามารถในการใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากไม่ทราบสาเหตุของโรคที่เป็น ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ

 

เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรสดใหม่ในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหายากมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความคล้ายกันในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นเนื่องใจโอกาสนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ดูกันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ

ชื่อสมุนไพร โด่ไม่รู้ล้ม
ชื่ออื่นๆ ขี้ไฟนกคุ่ม คิงไฟนกคุ่ม เคยโบ้ ตะชี โกวะ หญ้าไก่นกคุ่ม หญ้าปลาบ หญ้าไฟนกคุ่ม หญ้าสามสิบสองหาบ หนาดผา หนาดมีแคลน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Elephantopus scaber var. scaber Linn.
ชื่อพ้อง
ชื่อวงศ์

Asteraceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์โด่ไม่รู้ล้ม

พืชล้มลุก ลำต้นสั้น กลม ชี้ตรง สูง 10-30 เซนติเมตร ตามผิวลำต้น และใบมีขนสีขาวตรงละเอียด ห่าง สาก ทอดขนานกับผิวใบ ใบเป็น ชนิดใบเดี่ยว อยู่บริเวณเหนือเหง้า ติดเป็นวงกลมเรียงสลับชิดกัน คล้ายแบบกระจุกกุหลาบซ้อนที่โคนต้น ใบรูปหอกกลับ หรือรูปไข่แกมใบหอกกลับ แผ่นใบยาว 8-20 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ส่วนที่ค่อนไปทางปลายใบ ผายกว้าง แล้วสอบแหลมทู่ๆ ส่วนโคนใบสอบแคบจนถึงก้านใบ ผิวใบมีขนสากทั้งสองด้าน ท้องใบมีขนมากกว่าหลังใบ ขนตรงห่างสีขาว และขนต่อม ห่าง ขอบใบหยักมน หรือจักฟันเลื่อยห่างๆ เส้นแขนงใบมี 12-15 คู่ ใบมักแผ่ราบไปกับพื้นดิน เนื้อใบหนาสาก ก้านใบยาว 0.5-2 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านใบ ดอกช่อแทงออกจากกลางต้น ช่อดอกรูปขอบขนาน มี 4 ดอกย่อย ยาว 8-10 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร ดอกย่อยขนาดเล็ก ดอกรูปหลอดสีม่วง หลอดกลีบดอกยาว 3-3.5 มิลลิเมตร เกลี้ยง ปลายกลีบดอกยาว 1.5-2 มิลลิเมตร ไม่มีขน เกสรเพศผู้สีเหลือง มีอับเรณูยาว 2.2-2.3 มิลลิเมตร ปลายแหลม ฐานเป็นติ่งแหลม ก้านชูอับเรณูยาว 1.5-1.7 มิลลิเมตร เกสรเพศเมียมีก้านเกสรยาว 7-8 มิลลิเมตร ยอดเกสรยาว 0.5-0.6 มิลลิเมตร มีขนที่ปลายยอดและสิ้นสุดที่รอยแยก แต่ละช่อย่อยมาอยู่รวมกันเป็นช่อกระจุกกลมที่ปลายก้านดอก บริเวณโคนกระจุกดอกมีใบประดับแข็งรูปสามเหลี่ยม แนบอยู่ 3 ใบ ยาว 1-2 เซนติเมตร กว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร ขอบเรียบ ปลายเรียวแหลม ผิวใบทั้งสองด้านมีขนตรงสีขาว ออกที่ปลายยอดแบบช่อแยกแขนง ก้านช่อดอกยาวถึง 8 เซนติเมตรมีขนสากๆทั่วไป ฐานรองดอก แบน เกลี้ยง เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-0.7 มิลลิเมตร วงใบประดับรูปขอบขนาน มี 2 ชั้น สูง 7-10 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร  ใบประดับรูปใบหอก ผิวด้านนอกมีขนตรง และที่ขอบมีขนครุย ชั้นนอกรูปใบหอก ยาว 4-6 มิลลิเมตร กว้าง 0.5-1.5 มิลลิเมตร ปลายแหลม ชั้นที่ 2 รูปขอบขนานยาว 8-10 มิลลิเมตร กว้าง 1-2 มิลลิเมตร ปลายแหลม แพปพัส สีขาวเป็นเส้นตรงแข็งมี 5 เส้น เรียง 1 ชั้น ยาว 5-6 มิลลิเมตร ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก ผลเล็กเรียว รูปกรวยแคบ ผิวด้านนอกมีขนหนาแน่น ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร กว้าง 0.4-0.5มิลลิเมตร ไม่มีสัน พบขึ้นตามป่าโปร่งที่ดินค่อนข้างเป็นทรายทั่วๆไปในป่าเต็งรัง ป่าดิบ และป่าสนเขาทุกภาคของประเทศไทย และประเทศเขตร้อนทั่วโลก ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด ออกดอกช่วงเดือนสิงหาคม-มกราคม

หลังจากได้ชมในส่วนของลักษณะของสมุนไพรไปแล้ว ต่อมาจะเป็นในส่วนของสรรพคุณของสมุนไพรซึ่งในสมุนไพรแทบทุกชนิดนั่นก็มีคุณสมบัติที่คล้ายๆกันซึ่งมีเยอะแยะมากมาย รวมไปถึงวิธีการใช้งานต่างๆ คุณสมบัติทางเคมีแต่ละชนิด ยังไงลองรับชมดูครับ

สรรพคุณโด่ไม่รู้ล้ม

หมอยาพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี  ใช้ ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ไอ บำรุงกำลัง บำรุงสมรรถภาพทางเพศ แก้ไอ ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไข้ ราก ต้มน้ำดื่ม หรือดองเหล้าดื่ม เข้ากับยากำลังเสือโคร่ง ม้ากระทืบโรงบำรุงร่างกายแก้ปวดเมื่อย ราก ลำต้น ใบ และผล ต้มน้ำดื่ม แก้โรคกระเพาะอาหาร แก้ไอ
หมอยาพื้นบ้าน  ใช้ ทั้งต้น รสกร่อยขื่น เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้ไข้จับสั่น ขับน้ำเหลืองเสีย แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไอ แก้วัณโรค บำรุงหัวใจ ขับเหงื่อ ขับระดู ขับพยาธิตัวกลม แก้ปัสสาวะพิการ บำรุงความกำหนัด แก้กระษัย ขับไส้เดือน แก้กามโรค แก้บวมน้ำ แก้นิ่ว แก้ไข้หวัด แก้เจ็บคอ แก้ตาแดง แก้ดีซ่าน แก้เลือดกำเดาออกง่าย แก้ฝี แก้แผลมีหนอง แก้แผลงู แก้แมลงมีพิษกัดต่อย แก้อักเสบ แก้แผลในกระเพาะอาหาร แก้แผลเปื่อยในปาก แก้เหน็บชา ราก รสกร่อยขื่น ขับปัสสาวะ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้หวัด แก้ไอเรื้อรัง แก้ท้องเสีย แก้บิด ขับพยาธิ ขับระดู บีบมดลูก ต้มเอาน้ำอมแก้ปวดฟัน แก้ฝี แผลมีหนอง บวมอักเสบทั้งหลาย เป็นยาคุมสำหรับหญิงที่คลอดบุตรใหม่ เป็นยาบำรุง เป็นยาขับไส้เดือน รักษาโรคบุรุษ ต้มดื่มแก้อาเจียน ใบ รสกร่อยขื่น รักษาบาดแผล แก้โรคผิวหนัง (ใช้ใบสดประมาณ 2 กำมือ เคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว ทาแผล แก้โรคผิวหนังผื่นคัน) แก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้อ่อนเพลีย รักษากามโรค รักษาโรคบุรุษ เป็นยาคุมสำหรับหญิงที่คลอดบุตรใหม่ เป็นยาบำรุง เป็นยาขับไส้เดือน แก้ไอ ทำให้เกิดความกำหนัด รากและใบ รสกร่อยขื่น ขับปัสสาวะ แก้ท้องร่วง แก้โรคแผลในกระเพาะอาหาร แก้บิด แก้กามโรคในสตรี ใช้สดหรือแห้งประมาณ 2 กำมือ ต้มดื่ม ขับปัสสาวะ แก้ท้องร่วง แก้กระเพาะอาหารเป็นแผล ต้มอาบหลังคลอด  ไม่ระบุส่วนที่ใช้ บำรุงกำลัง ชูกำลัง ตัดกษัย บำรุงกษัยไม่ให้เกิด แก้ปัสสาวะพิการ บำรุงความกำหนัด ขับปัสสาวะ แก้ไข้จับสั่น แก้ไอ แก้ไข้ ขับพยาธิไส้เดือน แก้กามโรค แก้โรคหลอดลมอักเสบ แก้ปวดบวม แก้ตับอักเสบ แก้บิด รักษาตัวบวม รักษาไตอักเสบ

วิธีใช้
1.แก้เลือดกำเดา     ใช้ต้นสด 30-60 กรัม (หรือต้นแห้ง หนัก 10-15 กรัม)  ต้มกับเนื้อหมูพอประมาณ กินติดต่อกันนาน 4-5 วัน
2.แก้ดีซ่าน ใช้ต้นสด 120-240 กรัม ต้มกับเนื้อหมูพอประมาณ กินติดต่อกันนาน 4-5 วัน
3.แก้ท้องมาน  ใช้ต้นสด 60 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม เช้า-เย็น หรือตุ๋นกับเนื้อหมูรับประทาน
4.แก้ขัดเบา  ใช้ต้นสด15-30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม
5.แก้นิ่ว  ใช้ต้นสด 90 กรัม ต้มกับเนื้อหมู 120 กรัม เติมน้ำใส่เกลือเล็กน้อย ต้มเคี่ยว กรองเอาแต่น้ำ แบ่งไว้ดื่ม 4 ครั้ง
6.แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ ใช้ต้นแห้ง 6 กรัม แช่ในน้ำร้อน 300 ซีซี (ประมาณขวดแม่โขง) นาน 30 นาที รินเอาน้ำดื่ม หรือจะบดเป็นผงปั้นเม็ดไว้รับประทานก็ได้
7.แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ  ใช้ต้นสด 30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม
8.แก้ฝีบวมหรือฝีเป็นหนอง  ใช้ต้นสด ตำผสมเกลือเล็กน้อย ละลายน้ำส้มสายชูพอข้นๆ พอก
9.แก้ฝีฝักบัว  ใช้ต้นสด 25 กรัม ใส่น้ำ 1 ขวด และเหล้า 1 ขวด ต้มดื่ม และใช้ต้นสดต้มกับน้ำ เอาน้ำล้างหัวฝีที่แตก

องค์ประกอบทางเคมีโด่ไม่รู้ล้ม

Crepiside E, cynaropicrin deacyl; cyanaropicrin-3-β-D-glucopyranoside deacyl; dotriacontan-1-ol; elephantopin, 11-13-dihydro-deoxy; elephantopin, 11-13-dihydro; elephantopin deoxy; elephantopin, iso-deoxy; friedelanol, epi; friedelinol, epi; lupeol; stigmasterol; stigmasterol3-O- β-D-glucoside; triacontan-1-ol; zaluzanin C, gluco; scabertopin

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาโด่ไม่รู้ล้ม
ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งเชื้อไวรัส ต้านความเป็นพิษต่อตับ ลดไข้ ลดการอักเสบ ลดความดันโลหิตและยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก กระตุ้นมดลูก ยับยั้งเอนไซม์ reverse transcriptase, glutamate-oxaloacetate-transaminase และ glutamate-pyruvate-transaminase
ตำรับยาสมุนไพรของไต้หวัน ชื่อ “Teng-khia-U” ประกอบด้วย Elephantopus scaber, Elephantopus mollis และ Pseudoelephantopus spicatus ที่สกัดด้วยน้ำ มีฤทธิ์ปกป้องตับจากการทำลายด้วยสารเคมี β-D-galactosamine และ acetaminophen โดยทำให้ระดับ sGOT และ sGPT ลดลง นอกจากนี้ตำรับดังกล่าวยังมีฤทธิ์ลดอาการอักเสบโดยใช้การทดสอบด้วย carrageenan ในการเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่อุ้งเท้าหนู
การศึกษาผลของโด่ไม่รู้ล้มในหนูเพศผู้ต่อความกำหนัดโด่ไม่รู้ล้ม คุณภาพน้ำอสุจิ อวัยวะเพศเสริม ขนาดและกล้ามเนื้อลึงค์ และสัดส่วนเพศลูก พบว่าสมุนไพรโด่ไม่รู้ล้ม เพิ่มการเกิด libido เปลี่ยนแปลงค่า osmolality และจำนวนอสุจิของน้ำอสุจิ ลดเปอร์เซ็นต์อสุจิเคลื่อนไหว เพิ่มน้ำหนักอวัยวะเพศเสริม และเพิ่มสัดส่วนเพศลูก เพศเมีย/เพศผู้

การทดสอบความเป็นพิษโด่ไม่รู้ล้ม
น้ำต้ม หรือสารสกัด 50% เอทานอลจากพืชทั้งต้น ไม่มีพิษ เมื่อให้หนูถีบจักรกินแม้จะให้ในขนาดสูงถึง 6.0 กรัม/กิโลกรัม และพบว่าขนาดของสารสกัดทั้งสองชนิดที่ทำให้หนูถีบจักรตายร้อยละ 50 มีค่ามากกว่า 2 กรัม/กิโลกรัม เมื่อฉีดเข้าทางช่องท้อง
สารสกัดรากและใบที่หมักกับเหล้าโรง 40 ดีกรี เมื่อนำมาป้อนหนูทดลองในขนาดความเข้มข้น 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เพียงครั้งเดียว แล้วเก็บผลในวันที่ 14 ผลการทดสอบพบว่าหนูไม่แสดงอาการผิดปกติ ส่วนการทดสอบความเป็นพิษแบบระยะสั้น พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญของน้ำหนักตัว น้ำหนักตับ ไต ม้าม หัวใจ adrenal cortex และอัณฑะ รวมทั้งระดับเอนไซม์ BUN creatinine AST และ ALT ของหนูทุกกลุ่ม

เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับกับเทคนิคต่างๆของสมุนไพรซึ่งบางสิ่งบางอย่างเราคาดไม่ถึงจริงๆใช่ไหมครับ โดยหลังจากที่ผมได้ลองและศึกษาอย่างจริงจักแล้วนั้นก็อดตื่นเต้นไม่ได้ทุกครั้งเมื่อได้สัมผัสกับสมุนไพรต่างๆซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์มากมายจริงๆ ผมเชื่อนะครับว่าเมื่อผู้มาศึกษาเมื่อได้สัมผัสและรู้จักกับสมุนไพรดีแล้วนั้นจะทำให้ทุกท่านรักและอยากปลูกสมุนไพรไว้ในบ้านเลยเชียวละซึ่งในวันนี้ผมก็ต้องขอลาไปด้วยเรื่องราวเพียงเท่านี้นะครับผมหวังว่าในโอกาสหน้าจะนำบทความดีๆให้ความรู้แก่ทุกท่านอีกขอบคุณครับ

 

 

 

ที่มาของรูปและเนื้อหาบางส่วน : คณะเภสัชศาสตร์ มหาลัยอุบลราชธานี : Phargardan.com

Share Button
เรื่องที่น่าสนใจ


ร่วมแสดงความคิดเห็น

คุณต้อง เช้าสู่ระบบ ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด
  • น้ำใจใคร สมุนไพรชั้นเยี่ยม แก้โรคสารพัดเมาเบื่อ ต้นกินแก้ไต น้ำใจใคร น้ำใจใครสมุนไพรถูกจัดว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราเรียกได้ว่าน่าทึ่งมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะดังนั้นเราก็ควรจะมีความสามารถในการใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้รู้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรใหม่ๆในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหลายๆคนอาจมองหามาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแตกต่างในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในโอกาสนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร น้ำใจใคร     ชื่ออื่นๆ กระเดาะ(สงขลา)

  • นางจุ่ม สมุนไพรสรรพคุณชั้นเลิศ ปกป้องรักษาตับโดยเฉพาะ !! นางจุ่ม นางจุ่มสมุนไพรเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชิ้นส่วนต่างๆสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างแปลกใหม่เลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในแดนสยามของเราเรียกได้ว่าน่าภูมิใจมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะมากดังนั้นเราก็ควรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรให้นำไปใช้มากขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราKasetfresh.comในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหายากมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้คนหลงลืมสมุนไพรไปบ้างแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแปลกในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้อ่านกันครับ         ชื่อสมุนไพร นางจุ่ม     ชื่ออื่นๆ นางชุ่ม

  • นมวัว สมุนไพรชั้นเลิศ สรรพคุณเด่นด้านบำรุงกำลังวังชา !! นมวัว นมวัวสมุนไพรเปรียบเสมือนได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งใหม่ๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในดินแดนไทยของเราเรียกได้ว่าโชคดีมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างมากดังนั้นเราก็ควรจะมีนำไปใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากเป็นโรคร้ายแรง ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรสดใหม่ในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรแปลกๆมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความคล้ายกันในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในวันดีๆแบบนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร นมวัว     ชื่ออื่นๆ มะไฟแรด,

  • ตะไคร้ พืชพื้นบ้านที่สร้างรายได้สู่ระดับโลก ส่งออก ขายดีนัก! ตะไคร้ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ชาวเกษตรไทยมาอย่างช้านาน ก็เพราะว่าตะไคร้นั่นมีความสามารถอักหลากหลาย เริ่มจากที่เรานำมาทำเป็นอาหาร เป็นเครื่องปรุง เครื่องดื่มดับกระหาย ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถทำเป็นยารักษาโรค หรือแม้กระทั่งการสกัดน้ำมันหอมระเหยมาเป็นสารไล่ยุงไล่แมลงก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำให้ความต้องการตะไคร้ในตลาดบ้านเรามีราคาเป็นกราฟพุ่งอยู่เสมอ ดังนั้นใครอยากจะปลูกตะไคร้มาสร้างรายได้เสริมกันละก็สามารถทำได้ไม่ยากเลยครับ เทคนิคการปลูกตะไคร้ การเตรียมดิน ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย ให้ไถพลิกดินและไถพรวนลึกประมาณ 0.5 เมตร แล้วทำหลุม แต่ละหลุมห่างกันประมาณ 0.5 เมตร ลงต้นพันธุ์หลุมละ 3 ต้น กลบดินพอมิดรากตะไคร้สัก 10 เซนติเมตร ปลูกใหม่ให้รดน้ำทุกวัน แต่ระวังอย่าให้น้ำเข้าไส้ตะไคร้ เวลาลดให้ลดทีโคนต้นตะไคร้เท่านั้น มิฉะนั้นต้นตะไคร้จะเน่า

5 อันดับข่าว HOT