สัปปะรด

สัปปะรด

สัปปะรด

สัปปะรด ชื่อทางวิทยาศาสตร์ สรรพคุณ รูปสัปปะรด

สับปะรดเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานเนื่องจากมีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว ทำให้เมื่อรับประทานแล้วรู้สึกสดชื่น นอกจากนี้ยังพืชที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการแปรรูปและส่งออก เนื่องจากวับปะรดนั้นสามารถนำมาแปรรูปได้หลายอย่างทั้ง สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด และอีกมากมาย ทำให้การปลูกสับปะรดนั้นมีความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่บางครั้งการปลูกนั้นอาจจะประสบกับปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ คุณภาพของผลผลิตสับปะรดไม่ได้มาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องส่งจำหน่าย หรือ ต้นทุนในการผลิตสูง เป็นต้น วันนี้ผมจึงจะของแนะนำการปลูกสับปะรดให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้นดังนี้ครับ ก่อนอื่นต้องแนะนำชื่อของสับปะรดก่อนครับ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pineapple, Ananas comosus (Linn.) Merr.
ชื่อวงศ์ : BROMELIACEAE
ชื่ออื่น : ขนุนทอง, ยานัด, ย่านนัด, บ่อนัด, มะขะมัด, มะนัด, ลิงทอง, หมากเก็ง

การปลูกสัปปะรด

เนื่องจากคุณภาพสับปะรดลดลงอย่างรวดเร็วหลังเก็บเกี่ยว จำเป็นต้องวางแผนการผลิต เพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตสอดคล้องกับความต้องการของโรงงานและตลาด ตลอดปี

การเตรียมดิน
-  พื้นที่เคยปลูกสับปะรด ให้ไถสับใบและต้น ทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 เดือน แล้วไถกลบ
-  ไถ 1 ครั้ง ตากดิน 7 – 10 วัน พรวน 1 – 2 ครั้ง ยกแปลงสูง 15 เซนติเมตร แล้วทำแนวปลูกสับปะรด
-  ถ้าพื้นที่ลาดเอียงมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ต้องทำร่องระบายน้ำรองแปลงปลูก เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน
-  วิเคราะห์ดินก่อนปลูก และปฏิบัติตามคำแนะนำในแต่ละแหล่งปลูก โดยเฉพาะการจัดการอินทรียวัตถุในดิน

วิธีการปลูกสัปปะรด

การปลูกด้วยหน่อ
-  คัดหน่อให้มีขนาดเดียวกันสำหรับปลูกในแต่ละแปลง เพื่อสามารถเก็บเกี่ยวได้ พร้อมกัน
- ไม่ควรใช้หน่อพันธุ์ที่หักจากต้นแล้วเก็บไว้นานเกินไป
-  สามารถบังคับดอกได้เมื่ออายุปลูก 8 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดของหน่อที่ใช้ปลูก

การปลูกด้วยจุก ข้อดีของการปลูกด้วยจุกคือ
- ปลูกด้วยจุกที่มีขนาดตั้งแต่ 180 กรัม
-  สามารถบังคับดอกได้เมื่ออายุปลูก 10 – 14 เดือน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาปลูก
การปลูกและระยะปลูก
-  ชุบหน่อหรือจุกก่อนปลูก ด้วยสารป้องกันโรครากเน่าหรือต้นเน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกช่วงกลางฤดูฝน ตามคำแนะนำ
- ปลูกแถวคู่ ระยะปลูก 30 x 30 x (80-90) เซนติเมตร ปลูกได้ประมาณ 7,500 – 8,500 ตันต่อไร่ แต่ไม่ควรเกิน 12,000 ตันต่อไร่ 
การให้ปุ๋ย

-  ให้ปุ๋ยรองพื้นสูตร 16-20-0 และให้ปุ๋ยบริเวณกาบใบล่างของต้น ด้วยปุ๋ยเคมีสัดส่วน 2:1:3 หรือ 3:1:4 เช่น สูตร 12-6-15 หรือ 12-4-18 หรือ 15-5-20 หรือ 13-13-21 ให้ 2 ครั้ง ๆ ละ 10-15 กรัมต่อต้น ครั้งแรกหลังปลูก 1-3 เดือน ครั้งต่อมาห่างกัน 2-3 เดือน หากไม่ได้ให้ปุ๋ยรองพื้น จะให้ปุ๋ยทางกาบใบล่างของต้นก็ได้ แต่เพิ่มจำนวนเป็น 3 ครั้ง
- เมื่อสับปะรดมีใบสีเขียวซีดจาง เนื่องจากได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอ ให้พ่นปุ๋ยทางใบเสริมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 23-0-30 ผสมน้ำเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ อัตรา 75 มิลลิลิตรต่อต้น จำนวน 3 ครั้ง คือ ระยะก่อนบังคับดอก 30 วัน 5 วัน และหลังบังคับดอก 20 วัน
การให้น้ำ
- ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ ถ้ามีปริมาณน้ำฝนสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล
-  ในฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ควรให้น้ำต้นสับปะรดที่กำลังเจริญเติบโต สัปดาห์ละ 1-2 ลิตรต่อต้น
-  หลังใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้าย ถ้าไม่มีฝนต้องให้น้ำ เพื่อให้ต้นสับปะรดใช้ปุ๋ยให้หมด
-  ควรให้น้ำก่อนและหลังการออกดอก
-  หยุดให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยว 15-30 วัน

เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มผลผลิตให้กับสวนสับปะรดของท่านได้ครับ และที่สำคัญต้องมีการดูแลเอาใจใส่เพื่อที่ว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้นกับสับปะรดนั้นก็จะสามารถแก้ไขได้ทันครับ และเพื่อเป็นการปรับปรุงให้ผลผลิตออกมาดีด้วยครับ

 

 

 

 

Share Button
เรื่องที่น่าสนใจ


ร่วมแสดงความคิดเห็น

คุณต้อง เช้าสู่ระบบ ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด
  • น้ำใจใคร สมุนไพรชั้นเยี่ยม แก้โรคสารพัดเมาเบื่อ ต้นกินแก้ไต น้ำใจใคร น้ำใจใครสมุนไพรถูกจัดว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราเรียกได้ว่าน่าทึ่งมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะดังนั้นเราก็ควรจะมีความสามารถในการใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้รู้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรใหม่ๆในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหลายๆคนอาจมองหามาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแตกต่างในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในโอกาสนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร น้ำใจใคร     ชื่ออื่นๆ กระเดาะ(สงขลา)

  • นางจุ่ม สมุนไพรสรรพคุณชั้นเลิศ ปกป้องรักษาตับโดยเฉพาะ !! นางจุ่ม นางจุ่มสมุนไพรเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชิ้นส่วนต่างๆสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างแปลกใหม่เลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในแดนสยามของเราเรียกได้ว่าน่าภูมิใจมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะมากดังนั้นเราก็ควรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรให้นำไปใช้มากขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราKasetfresh.comในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหายากมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้คนหลงลืมสมุนไพรไปบ้างแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแปลกในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้อ่านกันครับ         ชื่อสมุนไพร นางจุ่ม     ชื่ออื่นๆ นางชุ่ม

  • นมวัว สมุนไพรชั้นเลิศ สรรพคุณเด่นด้านบำรุงกำลังวังชา !! นมวัว นมวัวสมุนไพรเปรียบเสมือนได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งใหม่ๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในดินแดนไทยของเราเรียกได้ว่าโชคดีมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างมากดังนั้นเราก็ควรจะมีนำไปใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากเป็นโรคร้ายแรง ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรสดใหม่ในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรแปลกๆมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความคล้ายกันในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในวันดีๆแบบนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร นมวัว     ชื่ออื่นๆ มะไฟแรด,

  • ตะไคร้ พืชพื้นบ้านที่สร้างรายได้สู่ระดับโลก ส่งออก ขายดีนัก! ตะไคร้ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ชาวเกษตรไทยมาอย่างช้านาน ก็เพราะว่าตะไคร้นั่นมีความสามารถอักหลากหลาย เริ่มจากที่เรานำมาทำเป็นอาหาร เป็นเครื่องปรุง เครื่องดื่มดับกระหาย ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถทำเป็นยารักษาโรค หรือแม้กระทั่งการสกัดน้ำมันหอมระเหยมาเป็นสารไล่ยุงไล่แมลงก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำให้ความต้องการตะไคร้ในตลาดบ้านเรามีราคาเป็นกราฟพุ่งอยู่เสมอ ดังนั้นใครอยากจะปลูกตะไคร้มาสร้างรายได้เสริมกันละก็สามารถทำได้ไม่ยากเลยครับ เทคนิคการปลูกตะไคร้ การเตรียมดิน ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย ให้ไถพลิกดินและไถพรวนลึกประมาณ 0.5 เมตร แล้วทำหลุม แต่ละหลุมห่างกันประมาณ 0.5 เมตร ลงต้นพันธุ์หลุมละ 3 ต้น กลบดินพอมิดรากตะไคร้สัก 10 เซนติเมตร ปลูกใหม่ให้รดน้ำทุกวัน แต่ระวังอย่าให้น้ำเข้าไส้ตะไคร้ เวลาลดให้ลดทีโคนต้นตะไคร้เท่านั้น มิฉะนั้นต้นตะไคร้จะเน่า

5 อันดับข่าว HOT