พริก 2

พริก (ต่อ)

 

หลังจากได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องราวของพริกไปบ้างแล้วบางส่วนนะครับ ในวันนี้จึงมีข้อมูลที่ยังไม่ได้เขียนลงไปในบทความก่อนหน้า ซึ่งผู้อ่านที่ยังไม่ได้อ่านสามารถติดตามได้ตามลิ้งนี้เลยครับ http://www.kasetfresh.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81/

เอาละครับมาเข้าเรื่องราวของวันนี้กัน ในวันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการดูแลรักษาพริกของเรากัน ตั้งแต่ขั้นตอนการรดนำใส่ปุ๋ยไปจนถึงการแนะนำโรคที่อาจจะเกิดกับต้นพริกของเรากัน เอาละไปดูกันทีละหัวข้อกันเลยดีกว่าครับ

 

การให้น้ำ

ถึงจะบอกว่าพริกคือพืชเขตร้อนก็ตามแต่ก็ยังมีความต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอโดยตั้งแต่เริ่มปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตกันเลยครับ โดยทั่วไปแล้วหากอากาศอยู่ในอุณหภูมิปกติของบ้านเราหรือประมาณ 30 องศานิดหน่อยรดน้ำประมาณ 3 ครั้งต่อวันก็เพียงพอแล้วครับ ซึ่งปริมาณน้ำนั้นคงไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ต้องปรับกันไปตามสภาพอากาศด้วย การคลุมดินด้วยเศษวัชพืชขนาดเล็กๆตากแห้งดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แนะนำเติมปุ๋ยน้ำชีวภาพผสมลงน้ำนิดหน่อยจะทำให้ลดปริมาณแมลงได้ด้วยครับ (ผมลองแล้วได้ผล แต่ไม่รับประกันนะ)

การใส่ปุ๋ย

การใส่ปุ๋ยนั้นโดยทั่วไปจะเน้นไปที่ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยเคมีบ้างซึ่งก็ต้องรองก้นหลุมกันอยู่ก่อนประมาณหนึ่งแล้ว แต่การปลูกพริกนั้นต้องมีการเติมปุ๋ยในระหว่างการเจริญเติบโตด้วย เพื่อให้ได้ต้นพริกที่มีผลผลิตที่มากกว่าการไม่ใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยนั้นจะแยกตามลักษณะดินแต่ละพื้นที่อาจกำหนดตายตัวไม่ได้ต้องลองปรับใช้ดูแต่ผมจะแนะนำแบบกว้างๆสำหรับดินแต่ละชนิดดังนี้ครับ ดินเหนียวควรใช้สูตร 12-24-12 or 15-30-15 ดินร่วน 10-20-15 ดินทราย 15-20-20 , 13-13-21 or 12-12-17 โดยประมาณนี้ครับ เหตุผลก็คือดินเหนียวนั้นลักษณะดินจะต้องการฟอสฟอรัสที่สูง ส่วนโพแทสเซียมและไนโตรเจนจะเท่ากัน ดินร่วนจะเน้นโพแทสเซียมสูงแต่จะไม่เกินกว่าฟอสฟอรัสและดินทรายจะไม่มีธาตุโพแทสเซียมจึงต้องเน้นกว่าดินชนิดอื่นนั่นเองครับ ระยะการใส่มีดังนี้ครับ

-          ก่อนย้ายเข้าแปลงปลูก อันดับแรกผมอยากให้ลองใช้ปุ๋ยชีวภาพก่อนด้วยอัตรา 5 ตันต่อไร่  หรือจะใช้แบบรองก้นหลุมก็ใช้ได้ครับ ประมาณ 2 กำมือก็พอ จากนั้นอาจผสมปุ๋ยเคมีตามสูตรด้านบนลงไปประมาณ 20 กิโลกรัมต่อไร่ โดยทำการผสมกับดินที่จะกลบหลุมนะครับ

-          หลังจากย้ายเข้าแปลงปลูก 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตราส่วน 50 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่โรยรอบๆโคนต้นเว้นระยะซักหน่อย แล้วทำการพรวนดิน หากต้นกล้าดูไม่แข็งแรงให้เติมพวกปุ๋ยยูเรียช่วยประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ก็เพียงพอแล้วครับ

-          หลังจากนั้น 60 วัน ใส่บุตรสูตร 13-13-21 อัตราส่วน 50 กิโลกรัมต่อไร่ และสังเกตลักษณะของต้นพริกว่าขาดแร่ธาตุอะไรบ้าง เช่น หากขาดเหล็กต้นพริกจะเหลืองๆซีดๆรวมถึงใบด้วย หากใบด่างแสดงว่าขาดแมกนีเซียม และหากผลซีดขาวแสดงว่าขาดโปแตสเซียมนั้นเองครับ

การเก็บเกี่ยว

พริกนั้นจะให้ผลผลิตประมาณช่วงวันที่ 70-95 วัน แต่ผลในระยะแรกจะน้อย มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นแบบทวีคูณเลยครับ สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกๆ 7 วัน มีข้อแม้ว่าบำรุงดีสม่ำเสมอนะครับ อายุของพริกประมาณ 1 ปี ควรเก็บผลแก่จัดโดยสังเกตที่ผิวหากผิวดูหากเป็นมันๆสีสม่ำเสมอก็เก็บได้ ควรระวังในขั้นตอนเก็บใช้ตะกร้าสานจะดีกว่าพลาสติก เพราะหากช้ำราคาก็จะตก

การดูแลหลังเก็บเกี่ยว

หลังจากเก็บผลแล้วรีบขนย้ายผลพริกและทำความสะอาด คัดขนาดและทำการบรรจุ อย่ากองรวมๆกันเป็นกองใหญ่ๆที่มีลมผ่านได้ดี เพราะจำให้สีเปลี่ยน แนะนำให้นำมากรองบนพลาสติกใสในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทได้ดี เรียงๆเกลี่ยๆให้เท่ากันเพียงแค่นี้ก็ได้ผลผลิตนำออกขายได้แล้วครับ

ส่งท้าย

พริกเป็นพืชที่ปลูกได้ง่ายต้นทุนไม่เยอะครับ อย่างที่กล่าวไว้จะลำบากตอนเก็บเท่านั้นแต่โดยรวมแล้วทำงาน ทำนาน หากจะลองปลูกไว้ซัก 2-3 ไร่ดูก่อนก็จะดูเป็นเรื่องที่ดีครับ ยังมีเรื่องของโรคของพริกอีกที่ไม่ได้ทำการพูดถึงไว้หากมีโอกาสจะมาแนะนำกันอีกครั้งครับ

Share Button
เรื่องที่น่าสนใจ


ร่วมแสดงความคิดเห็น

คุณต้อง เช้าสู่ระบบ ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด
  • น้ำใจใคร สมุนไพรชั้นเยี่ยม แก้โรคสารพัดเมาเบื่อ ต้นกินแก้ไต น้ำใจใคร น้ำใจใครสมุนไพรถูกจัดว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราเรียกได้ว่าน่าทึ่งมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะดังนั้นเราก็ควรจะมีความสามารถในการใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้รู้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรใหม่ๆในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหลายๆคนอาจมองหามาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแตกต่างในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในโอกาสนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร น้ำใจใคร     ชื่ออื่นๆ กระเดาะ(สงขลา)

  • นางจุ่ม สมุนไพรสรรพคุณชั้นเลิศ ปกป้องรักษาตับโดยเฉพาะ !! นางจุ่ม นางจุ่มสมุนไพรเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชิ้นส่วนต่างๆสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างแปลกใหม่เลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในแดนสยามของเราเรียกได้ว่าน่าภูมิใจมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะมากดังนั้นเราก็ควรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรให้นำไปใช้มากขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราKasetfresh.comในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหายากมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้คนหลงลืมสมุนไพรไปบ้างแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแปลกในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้อ่านกันครับ         ชื่อสมุนไพร นางจุ่ม     ชื่ออื่นๆ นางชุ่ม

  • นมวัว สมุนไพรชั้นเลิศ สรรพคุณเด่นด้านบำรุงกำลังวังชา !! นมวัว นมวัวสมุนไพรเปรียบเสมือนได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งใหม่ๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในดินแดนไทยของเราเรียกได้ว่าโชคดีมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างมากดังนั้นเราก็ควรจะมีนำไปใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากเป็นโรคร้ายแรง ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรสดใหม่ในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรแปลกๆมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความคล้ายกันในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในวันดีๆแบบนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร นมวัว     ชื่ออื่นๆ มะไฟแรด,

  • ตะไคร้ พืชพื้นบ้านที่สร้างรายได้สู่ระดับโลก ส่งออก ขายดีนัก! ตะไคร้ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ชาวเกษตรไทยมาอย่างช้านาน ก็เพราะว่าตะไคร้นั่นมีความสามารถอักหลากหลาย เริ่มจากที่เรานำมาทำเป็นอาหาร เป็นเครื่องปรุง เครื่องดื่มดับกระหาย ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถทำเป็นยารักษาโรค หรือแม้กระทั่งการสกัดน้ำมันหอมระเหยมาเป็นสารไล่ยุงไล่แมลงก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำให้ความต้องการตะไคร้ในตลาดบ้านเรามีราคาเป็นกราฟพุ่งอยู่เสมอ ดังนั้นใครอยากจะปลูกตะไคร้มาสร้างรายได้เสริมกันละก็สามารถทำได้ไม่ยากเลยครับ เทคนิคการปลูกตะไคร้ การเตรียมดิน ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย ให้ไถพลิกดินและไถพรวนลึกประมาณ 0.5 เมตร แล้วทำหลุม แต่ละหลุมห่างกันประมาณ 0.5 เมตร ลงต้นพันธุ์หลุมละ 3 ต้น กลบดินพอมิดรากตะไคร้สัก 10 เซนติเมตร ปลูกใหม่ให้รดน้ำทุกวัน แต่ระวังอย่าให้น้ำเข้าไส้ตะไคร้ เวลาลดให้ลดทีโคนต้นตะไคร้เท่านั้น มิฉะนั้นต้นตะไคร้จะเน่า

5 อันดับข่าว HOT