ปุ๋ยน้ำชีวภาพ


ปุ๋ยน้ำชีวภาพ

 

logoweb-32-300x218ปุ๋ยน้ำชีวภาพนั้นหลายท่านคงรู้จักและคุ้นเคยกันดีนะครับ ซึ่งเจ้าปุ๋ยน้ำชีวภาพนี้หรือบางท่านอาจจะเรียกว่า น้ำสกัดชีวภาพ ก็แล้วแต่ มีประโยชน์มากมายหลายประการกับพืชของเราเป็นอย่างมากนะครับ แต่ท่านทราบหรือไม่ครับว่าเจ้าปุ๋ยน้ำชีวภาพนี้ มีด้วยกันอยู่   2 ประเภทครับ คือ ปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ ผลิตจากพืช และปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตจากสัตว์ ซึ่งทั้งสองประเภทนี้แตกต่างกันตรงที่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต อัตราส่วนต่างๆและกรรมวิธีในการหมักครับ แต่ทั้งสองประเภทนี้ให้ประโยชน์คล้ายๆกันครับ เราจะมาดูตัวอย่างของปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพที่ผลิตจากพืชและสัตว์ รวมถึงตัวอย่างขั้นตอนการหมักคร่าวๆดังนี้ครับ


2

น้ำสกัดชีวภาพที่ผลิตจากพืช

วิธีการทำ

1. นำพืช ผัก ผลไม้ ใส่ลงผสมกับน้ำตาลในภาชนะที่เตรียมไว้ในอัตราน้ำตาล 1 ส่วนต่อพืช ผัก ผลไม้ 3 ส่วน คลุกให้เข้ากัน หรือถ้ามีปริมาณมากจะใช้วิธีการโรยทับสลับกันเป็นชั้น ๆ ก็ได้

2. นำของที่มีน้ำหนักมาวางทับบนพืชผักที่หมัก เพื่อกดไล่อากาศที่อยู่ระหว่างพืชผัก โดยวางทับไว้ 1 คืน ก็เอาออกได้จากนั้นทำการปิดฝาภาชนะให้สนิท ถ้าเป็นถุงพลาสติกก็มัดปากถุงพลาสติกให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปได้เป็นการสร้างสภาพที่เหมาะสมให้แก่จุลินทรีย์หมักดองลงไปทำงาน

3. หมักทิ้ง ไว้ 3-5 วัน จะเริ่มมีของเหลวสีน้ำตาลอ่อนถึงแก่เกิดขึ้น จากการละลายตัวของน้ำตาลและน้ำเลี้ยงจากเซลล์ของพืชผัก น้ำตาลและน้ำเลี้ยงเป็นอาหารของจุลินทรีย์ จุลินทรีย์หมักดองก็จะเพิ่มปริมาณมากมาย พร้อมกับผลิตสารอินทรีย์หลากหลายชนิด

4. เมื่อน้ำสกัดชีวภาพมีปริมาณมากพอประมาณ 10-14 วัน ก็ถ่ายน้ำสกัดชีวภาพออกบรรจุลงในภาชนะพลาสติก อย่ารีบถ่ายน้ำสกัดชีวภาพออกเร็วเกินไป เพราะเราต้องการให้มีปริมาณจุลินทรีย์มาก ๆ เพื่อเร่งกระบวนการหมักน้ำสกัดชีวภาพที่ถ่ายออกมาใหม่ ๆ กระบวนการหมักยังไม่สมบูรณ์จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้น ต้องคอยเปิดฝาภาชนะบรรจุทุกวันจนกว่าจะหมดก๊าซ

5. ควรเก็บถังหมักและน้ำสกัดชีวภาพไว้ในที่ร่ม อย่าให้ถูกฝนและแสงแดดจัด ๆ น้ำสกัดชีวภาพที่ผ่านการหมัดสมบูรณ์แล้ว ถ้าปิดฝาสนิทสามารถเก็บไว้ได้หลาย ๆ เดือนและกากที่เหลือจากการหมัก สามารถนำไปฝังเป็นปุ๋ยบริเวณทรงพุ่มของต้นได้หรือจะคลุกกับดินหมักเอาไว้ใช้เป็นดินปลูกต้นไม้ก็ได้

 

น้ำสกัดชีวภาพที่ผลิตจากสัตว์

เป็นน้ำสกัดชีวภาพที่ได้จากการย่อยสลาย เศษอวัยวะ ได้แก่ หัวปลา ก้างปลา หางปลา พุงปลา และเลือดผ่านกระบวนการหมักโดยการย่อยสลาย โดยใช้เอไซม์ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ถ้าผลิตจากปลาจะมีอัตรา ส่วน/1 ถัง : 200 ลิตร ปลาสด 40 กก. กากน้ำตาล 20 กก. สารเร่งผลิต ปุ๋ยหมัก 1 ซอง วิธีการไม่ยากครับเพียงเตรียมสารเร่งผลิตปุ๋ยหมัก 1 ซอง ละลายน้ำอุ่น 20 ลิตร คนให้เข้ากัน 15-30 นาที นำปลาสดและกากน้ำตาลใส่ในถัง 200 ลิตร รวมกับสารเร่งทำปุ๋ยหมัก ใส่น้ำพอท่วมตัวปลา แล้วคนให้เข้ากันตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 30-35 เซลเซียส ไม่ปิดฝาคนวันละ 4-5 ครั้ง ตลอดระยะเวลาในการหมัก ประมาณ 20-30 วัน ปลาจะย่อยสลาหมด เติมน้ำให้เต็มถังและคนให้เข้ากันก่อนนำไปใช้ฉีดพ่นทางใบ 1 ลิตร/น้ำ 200 ลิตร ราดโคน 1 ลิตร/น้ำ 200 ลิตร

ถ้าผลิตจากหอยเชอรี่ นำหอยเชอรี่ทั้งตัวมาทุบหรือบดให้ละเอียด และนำมาผสมกับน้ำน้ำตาล และน้ำหมักหัวเชื้อจุลลินทรีย์ธรรมชาติอัตรา 3 : 3 : 1 คนให้เข้ากัน และนำไปบรรจุในถังหมัก ขนาด 30, 200 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่งปิดฝาทิ้งไว้ ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้ใส่น้ำตาลโมลาสเพิ่มขึ้นคนให้เข้ากันจนกว่าจะหายเหม็น ก็จะได้น้ำหมักชีวภาพหอยเชอรี่

5

การใช้ปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพกับพืช

ควรเลือกใช้อัตราส่วนดังนี้ครับ

1. เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืช ใช้ส่วนผสมน้ำหมักจากสูตร 1=10 แก้ว น้ำหมักจากสูตร 2=1 แก้ว น้ำหมักจากสูตร 3=1 แก้ว

2. ช่วยเพิ่มคุณภาพเมล็ดหรือผล ใช้ส่วนผสม 1=1 แก้ว น้ำหมักจากสูตร 2=10 น้ำหมักจากสูตร 3=1 แก้ว

3. ช่วยในการเร่งการออกดอก ให้ส่วนผสมน้ำหมักจากสูตร 1=5 แก้ว น้ำหมักจากสูตร 2=5 แก้ว น้ำหมักจากสูตร 3=1 แก้ว

ควรใช้กับพืชผักสวนครัว พืชไร่ นาข้าว ไม้ผล ระยะกล้าหรือระยะกำลังโต หรือให้ผลผลิตแล้ว เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเห็นผลได้ชัดเจนครับ

 

 6

 

ประโยชน์ของปุ๋ยน้ำชีวภาพ

1 . ใช้เป็นปุ๋ยโดยตรงน้ำสกัดชีวภาพก่อนนำไปใช้ต้องทำให้เจือจางมากๆ อัตราส่วนน้ำสกัดต่อน้ำสะอาด คือ 1 : 500 เหลือ 1 : 1,000 ใส่ให้แก่ต้นไม้ประมาณ 3-7 วัน ต่อครั้ง

2. ใช้ประโยชน์ในการกำจัดน้ำเสีย และการเพาะเลี้ยงน้ำ  และใช้ป้องกันกำจัดแมลงและโรคพืช

3.  สามารถใช้กับสัตว์เลี้ยง (ไก่และสุกร) โดยใช้น้ำสกัดชีวภาพ 250 มิลลิเมตร มาผสมกันน้ำ 20 ลิตร นำไปใช้เลี้ยงไก่หรือสุกร เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค

 

7

Share Button
เรื่องที่น่าสนใจ


ความเห็นถูกปิด

บทความล่าสุด
  • น้ำใจใคร สมุนไพรชั้นเยี่ยม แก้โรคสารพัดเมาเบื่อ ต้นกินแก้ไต น้ำใจใคร น้ำใจใครสมุนไพรถูกจัดว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราเรียกได้ว่าน่าทึ่งมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะดังนั้นเราก็ควรจะมีความสามารถในการใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้รู้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรใหม่ๆในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหลายๆคนอาจมองหามาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแตกต่างในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในโอกาสนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร น้ำใจใคร     ชื่ออื่นๆ กระเดาะ(สงขลา)

  • นางจุ่ม สมุนไพรสรรพคุณชั้นเลิศ ปกป้องรักษาตับโดยเฉพาะ !! นางจุ่ม นางจุ่มสมุนไพรเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชิ้นส่วนต่างๆสามารถนำไปใช้ทำสิ่งดีๆได้อย่างแปลกใหม่เลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในแดนสยามของเราเรียกได้ว่าน่าภูมิใจมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างเยอะมากดังนั้นเราก็ควรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรให้นำไปใช้มากขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากอาการไม่ดีนัก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราKasetfresh.comในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรหายากมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้คนหลงลืมสมุนไพรไปบ้างแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความแปลกในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้อ่านกันครับ         ชื่อสมุนไพร นางจุ่ม     ชื่ออื่นๆ นางชุ่ม

  • นมวัว สมุนไพรชั้นเลิศ สรรพคุณเด่นด้านบำรุงกำลังวังชา !! นมวัว นมวัวสมุนไพรเปรียบเสมือนได้ว่าเป็นสุดยอดพืชอีกชนิดหนึ่งที่ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ทำสิ่งใหม่ๆได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะในดินแดนไทยของเราเรียกได้ว่าโชคดีมากสำหรับการที่มีสมุนไพรอยู่อย่างมากดังนั้นเราก็ควรจะมีนำไปใช้งานเกี่ยวกับสมุนไพรให้เยอะขึ้นก็ยังดี เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพ ทำการรักษา หรือแนะนำคนอื่นๆได้อย่างไม่ยากนัก แต่หากเป็นโรคร้ายแรง ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอๆนะครับ เพราะถึงเรามีความรู้ที่มากขนาดไหน ก็อาจผิดพลาดได้ ซึ่งทางเราก็ได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ชมกัน ต้องออกตัวแรงๆก่อนว่าทางเราก็นำมาจากตำรา หรือเว็ปไซค์อื่นๆ มิได้มีความรู้ในด้านนี้อย่างถ่องแท้ยังไงก็อ่านเป็นความรู้ประกอบไว้ก็ยังดีครับ เป็นอย่างไหร่กันบ้างครับ ก่อนอื่นขอสวัสดีครับทางเราเกษตรสดใหม่ในวันนี้ทางเราได้นำบทความเกี่ยวกับสมุนไพรแปลกๆมาให้ได้ชมกันแล้วครับเพราะในทุกวันนี้หลายๆท่านอาจไม่สนใจสมุนไพรแล้วทำให้เราอยากจะนำสมุนไพรมาเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในครั้งนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้วิจารณ์กันครับ ซึ่งเจ้าตัวสมุนไพรนั้นต่างก็มีความคล้ายกันในแบบของตัวมันที่อาจคล้ายหรือไม่คล้ายกันก็เป็นได้ ดังนั้นในวันดีๆแบบนี้ทางเราจะนำบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรมาให้ศึกษากันครับ         ชื่อสมุนไพร นมวัว     ชื่ออื่นๆ มะไฟแรด,

  • ตะไคร้ พืชพื้นบ้านที่สร้างรายได้สู่ระดับโลก ส่งออก ขายดีนัก! ตะไคร้ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ชาวเกษตรไทยมาอย่างช้านาน ก็เพราะว่าตะไคร้นั่นมีความสามารถอักหลากหลาย เริ่มจากที่เรานำมาทำเป็นอาหาร เป็นเครื่องปรุง เครื่องดื่มดับกระหาย ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถทำเป็นยารักษาโรค หรือแม้กระทั่งการสกัดน้ำมันหอมระเหยมาเป็นสารไล่ยุงไล่แมลงก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำให้ความต้องการตะไคร้ในตลาดบ้านเรามีราคาเป็นกราฟพุ่งอยู่เสมอ ดังนั้นใครอยากจะปลูกตะไคร้มาสร้างรายได้เสริมกันละก็สามารถทำได้ไม่ยากเลยครับ เทคนิคการปลูกตะไคร้ การเตรียมดิน ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย ให้ไถพลิกดินและไถพรวนลึกประมาณ 0.5 เมตร แล้วทำหลุม แต่ละหลุมห่างกันประมาณ 0.5 เมตร ลงต้นพันธุ์หลุมละ 3 ต้น กลบดินพอมิดรากตะไคร้สัก 10 เซนติเมตร ปลูกใหม่ให้รดน้ำทุกวัน แต่ระวังอย่าให้น้ำเข้าไส้ตะไคร้ เวลาลดให้ลดทีโคนต้นตะไคร้เท่านั้น มิฉะนั้นต้นตะไคร้จะเน่า

5 อันดับข่าว HOT